ภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารโรงเรียน พระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น

อรนุช โขพิมพ์, เอกฉัท จารุเมธีชน, ประยูร แสงใส, สุแทพ ปาลสาร

Abstract


         

            งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ภาวะผู้นำของผู้บริหารตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำของผู้บริหารตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น และเพื่อศึกษาแนวทางส่งเสริมภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม  7 ของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น

             ผลการวิจัยพบว่า

             1. ภาวะผู้นำของผู้บริหารตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารโรงเรียน
พระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น  ในภาพรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก  ในรายด้านพบว่าทุกด้านมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับจากด้านค่าเฉลี่ยที่มีมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านอัตถัญญุตา ด้านปริสัญญุตา ด้านกาลัญญุตา  ด้านปุคคลปโรปรัญญุตา ด้านมัตตัญญุตา ด้านธัมมัญญุตา และด้านอัตตัญญุตา    

             2. การเปรียบเทียบภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ จังหวัดขอนแก่นตามความคิดเห็นของบุคลากร จำแนกตามสถานภาพและประสบการณ์  พบว่า มีระดับความคิดเห็นในภาพรวมและรายด้านทุกด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 

             3. แนวทางส่งเสริมภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ จังหวัดขอนแก่น 

             ด้านธัมมัญญุตา ผู้บริหารเป็นผู้มีความรู้ แต่ควรมีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมพัฒนาตนเอง กล่าวคือผู้นำนั้นจะต้องรู้จักเหตุ  รู้หลักการ

             ด้านด้านอัตถัญญุตา ผู้บริหารควรเปิดใจให้กว้างและยอมรับฟังความคิดเห็น  ความรู้สึกของผู้ร่วมงาน และปล่อยวางให้มาก

             ด้านอัตตัญญุตา ผู้บริหารควรควบคุมอารมณ์ของตนเอง มีความอดทน อดกลั้น และอย่ายึดกับตนเองมากกว่าองค์กร ควรนำหลักธรรมมาปฏิบัติให้เกิดตามหลักของทางสายกลางให้มากขึ้น 

             ด้านมัตตัญญุตา ผู้บริหารควรที่จะรู้จักประมาณตน ควรจะนำงบประมาณที่ส่วนกลางจัดสรรให้ไปใช้อย่างเหมาะสม ไม่ใช้ด้านอื่นนอกจากด้านการศึกษา  และพัฒนาองค์กรให้เจริญฃึ้น

             ด้านกาลัญญุตา ควรรู้เวลาและโอกาสในการพัฒนาโรงเรียน ควรมีแผนในการพัฒนาที่ดีกว่านี้ การปฏิบัติงานหรืองานในโรงเรียนใช้เวลาให้เหมาะสม ไม่เอาเวลาเรียนของสามเณรไปใช้ในงานส่วนตัว และควรที่จะมีเป้าหมายและแผนในการดำเนินงานให้ชัดเจน

             ด้านปริสัญญุตา ผู้บริหารควรเป็นมิตรแท้กับชุมชน องค์กรอื่นๆ เพื่อที่จะทำให้ได้รับความไว้วางใจจากบุคคลภายในและภายนอก

              ด้านปุคคลปโรปรัญญุตา ผู้บริหารไม่ควรที่จะเลือกปฏิบัติ ควรเลือกบุคคลากรในการทำงานให้เหมาะสมกับความสามารถของบุคคลนั้นๆ และควรให้มีการอบรมการบริหารงานด้านบุคลากรเพื่อให้เกิดประโยชน์และคุณค่าแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน 

 

             The purposes of this research were (1) to study the leadership according to sevenfold Sappurisadhamma for administrators in the Phrapariyattidhamma School, Khonkaen province, (2) to compare the leadership according to sevenfold Sappurisadhamma for administrators in the Phrapariyattidhamma Schools, Khonkaen province, and (3) to study approaches to promote the leadership according to sevenfold Sappurisadhamma for administrators in the Phrapariyattidhamma Schools, Khonkaen province.

             A result of this research was found in the following aspects.

             1. A study of the leadership according to sevenfold Sappurisadhamma for administrators in the Phrapariyattidhamma Schools, Khonkaen province in general was in the high level. When each aspect of this study was considered, it was in the high level. It could be organized in order as follows:  Atthaññutā,  Parisaññutā, Kālaññutā, Puggalaññutā, Mattaññutā, Dhammaññutā, and  Attaññutā.

             2. A result of comparing the opinion of the leadership according to sevenfold Sappurisadhamma for administrators in the Phrapariyattidhamma Schools, Khonkaen province, classified with their status and experience, was found that it was significantly different at the 0.05 level and then, there was the acceptance of the proposed hypothesis.

             3. The view of administrators and teachers on approaches to promote the leadership according to sevenfold Sappurisadhamma for administrators in the Phrapariyattidhamma Schools, Khonkaen province was in the following points.

              Dhammaññutā was found that the administrators was a trained person but they should be given a chance to take more self-development, namely learning cause and effect, principles, and duties in order to get more efficiency of management.

             Atthaññutā was found that the administrators should be more open-minded, able to accept their colleagues’ thoughts and opinion, and interested in living with all things without attraction. 

Attaññutā was found that the administrators should control emotions, and be patient without selfish, and follow greatly the Middle Way in Buddhism.

               Mattaññutā was found that the administrators should learn the theory of moderation, manage the central budget properly, especially in education, and grow more development of organization

              Kālaññutā was found that the administrators should learn the time and the opportunity of developing the school, have a good plan without taking the learning periods out, and work with a clear goal.

               Parisaññutā was found that the administrators should be a good friend for the community, other people and other organizations in order to get faith and acceptance from personnel within the school and peoples in the other organizations.

               Puggalaññutā was found that the administrators should be equal to all persons, choose properly a person for a work, train all workers properly for work, and promote their prosperity in life.


Keywords


ภาวะผู้นำ, หลักสัปปุริสธรรม 7, ผู้บริหาร Leadership, Sevenfold Sappurisadhamma, Administrators

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/jmcukk
http://www.jg-mcukk.com
E-mail : journalmcukk@gmail.com