การศึกษาวิเคราะห์การพัฒนาปัญญาผ่านการรับรู้ทางอายตนะ ๖

Prakhu Suwanrattanasuntorn (อุเทนญาณวโร/พิมวัน), Phrakhu Pawanaprotikul Dr., Prakhu Suteekampeerayan Dr., รศ.อุดม บัวศรี บัวศรี

Abstract


       การศึกษาวิเคราะห์การพัฒนาปัญญาผ่านทางอายตนะ ๖ ในพุทธศาสนาเป็นงานวิจัย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งในการศึกษาครั้งนี้ได้ทำการศึกษาโดยรวบรวมข้อมูลจากพระไตรปิฎก เอกสาร หนังสือต่างๆ ในพุทธศาสนา และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เกิดองค์ความรู้ใหม่โดยมีวัตถุประสงค์๓ประการคือ (๑) เพื่อศึกษาอายตนะ ๖ และทักษะการรับรู้ในพุทธศาสนา (๒) เพื่อศึกษาการพัฒนาปัญญาในพุทธศาสนา (๓) เพื่อศึกษาวิเคราะห์อายตนะ ๖ และทักษะการรับรู้ตามหลักการพัฒนาปัญญาในพุทธศาสนา

       ผลการวิจัยพบว่า อายตนะ ๖ ซึ่งเป็นช่องทางของการรับรู้และก่อให้เกิดความรู้อายตนะแบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ อายตนะภายใน และอายตนะภายนอก อายตนะภายในเป็นส่วนเชื่อมต่อที่มีอยู่ตามธรรมชาติภายในตัวมนุษย์มี ๖ ประเภทคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อายตนะภายนอกหรืออารมณ์เป็นสิ่งเชื่อมต่อที่มีอยู่ตามธรรมชาติภายนอกตัวมนุษย์มี๖ประเภท คือรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะธรรมารมณ์ความประจวบกันแห่งอายตนะภายในอายตนะภายนอกและวิญญาณทำให้เกิดกระบวนการรับรู้เรียกว่า “ผัสสะ” เกิดเป็นความรู้๖ด้านคือการเห็นได้ยินได้กลิ่นรู้รสรู้สิ่งต้องกายรู้เรื่องในใจซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นไปของชีวิตในการรับรู้ต่ออารมณ์ข้อมูลข่าวสารที่ต้องมีทักษะในการรับรู้ตามหลักการพัฒนาปัญญาในพุทธศาสนา ซึ่งมีลักษณะ ๒ ประการ คือ การรับรู้ทางกายผ่านทางประสาทสัมผัสทั้ง ๕ และการรับรู้ทางใจ ส่วนทักษะนั้นแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ ทักษะทางกาย หรือทางอายตนะ ๖ คือ การฝึกความเชี่ยวชาญ ความชำนาญของการรับรู้ เป็นการฝึกการใช้ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ให้เกิดความชำนาญในการปฏิบัติ อีกประการเป็นทักษะทางจิตใจ เป็นการฝึกความชำนาญ ความเชี่ยวชาญทางด้านสติสัมปชัญญะในการรับรู้ ความรู้สึก นึก คิด การพิจารณา ด้วยหลักการ และเหตุผล ก่อนนำไปสู่การปฏิบัติ หรือเกิดพฤติกรรม ที่เป็นไปตามหลักการพัฒนาปัญญาในพุทธศาสนาทั้งในระดับโลกียะปัญญา และโลกุตระปัญญาโดยมีการฝึกทักษะทางสติ สัมปชัญญะเป็นตัวควบคุมการรับรู้ การฝึกทักษะทางความคิด หลักโยนิโสมนสิการ พิจารณาระดับความสำคัญ ความถูกต้องและนำไปสู่ทักษะทางกายภาพ คือ การใช้ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ให้เกิดความช่ำชองเชี่ยวชาญทางด้านพฤติกรรมการแสดงออกในการดำเนินชีวิต

        ดังนั้น การพัฒนาปัญญาผ่านทางอายตนะ ๖ ในพุทธศาสนาแสดงให้เห็นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตการรับรู้ เรียนรู้ และบริโภคข้อมูลข่าวสารและการปฏิบัติต่อสิ่งต่างๆ เหล่านนั้นอย่างถูกต้องเป็นกระบวนการที่สำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิตดังนั้นมนุษย์จึงต้องฝึกทักษะทางกาย ทางใจ ให้มีความเชี่ยวชาญ ความชำนาญทางสติปัญญาเพื่อการคุ้มครองอายตนะให้ทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้องในดำเนินชีวิตไปตามแนวทางแห่งการพัฒนาปัญญาอันจะทำให้มนุษย์มีความสุขอย่างแท้จริง


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารสถาบันพิมลธรรม

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4328-3546-7 (ต่อ 116)
โทรสาร 0-4328-3399
โทรศัพท์ 088-578-1671
โทรศัพท์ 088-506-2335
e-mail : phimoldhamma@hotmail.com
http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/kkjn
http://www.journal-phimoldhamma.com