การบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอำเภอน้ำพอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๔

สุพัท ผ่องเสียง, Phrakhu Samotanketkankrak พระครูสโมธานเขตคณารักษ์, รศ.ดร. เอกฉัท จารุเมธีชน, Dr.Prayoon Sangsai

Abstract


      การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ๒) เพื่อเปรียบเทียบสภาพการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ และประสบการณ์ในการทำงาน และ ๓) เพื่อศึกษาแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ในสถานศึกษา         ขั้นพื้นฐานอำเภอน้ำพอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต ๔ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน ๗๕ คน และครูผู้สอน จำนวน ๓๗๔ คน รวมทั้งสิ้น ๔๔๙ คน ได้มาด้วยการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .๙๐ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างโดยการทดสอบด้วยค่าที (t-test independent samples) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (F-test แบบ one - way ANOVA) และทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe, method)

ผลการวิจัยพบว่า

     การบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอำเภอน้ำพอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต ๔โดยภาพรวมและรายด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านที่มีการปฏิบัติเรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้ ด้านการบริหารตามหลักทาน หลักปิยวาจา หลักสมานัตตตา และหลักอัตถจริยา

     ๑. ผลการเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอำเภอน้ำพอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต ๔ จำแนกตามสถานภาพ โดยภาพรวม มีการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .๐๑ โดยครูผู้สอนมีการปฏิบัติสูงกว่าผู้บริหารสถานศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านการบริหารสถานศึกษาตามหลักทานด้านการบริหารสถานศึกษาตามหลักปิยวาจาและด้านการบริหารสถานศึกษาตามหลักสมานัตตตามีการปฏิบัติแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ .๐๑ ส่วนด้านการบริหารสถานศึกษาตามหลักอัตถจริยา มีการปฏิบัติไม่แตกต่างกัน

     ๒. ผลการเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอำเภอน้ำพอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต ๔จำแนกตาม ประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์ในการทำงานระยะเวลา ๑๐ ปีลงมา ตั้งแต่ ๑๑-๒๐ ปีและตั้งแต่ ๒๑ ปีขึ้นไป โดยภาพรวมมีการปฏิบัติในระดับมากที่สุด ด้านที่มีการปฏิบัติสูงสุด คือด้านการบริหารตามหลักทาน รองลงมาคือ ด้านการบริหารตามหลักปิยวาจา และด้านการบริหารตามหลักสมานัตตตา ต่ำที่สุดคือ ด้านการบริหารตามหลักอัตถจริยา

     ๓. แนวทางในการการบริหาร ผู้บริหารควรให้ความช่วยเหลือในการทำงานและพัฒนาบุคลากรให้ มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นไป บุคลากรควรให้ความรักความปรารถนาดีต่อผู้ร่วมงานอย่างแท้จริง อุทิศตนให้กับสถานศึกษาให้มาก และสถานศึกษาควรพัฒนางานโดยยึดหลักการให้และช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานให้ดีที่สุด ผู้บริหารและครูผู้สอนควรพูดจาไพเราะสุภาพกับทุกคน เคารพผู้ที่แก่กว่าให้เกียรติเพื่อนร่วมงานควรพูดให้กำลังใจเพื่อนร่วมงานด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่ใช้คำพูดหรืออำนาจหน้าที่บังคับให้ทำงานเกินกำลังความสามารถและสถานศึกษาควรจัดกิจกรรมส่งเสริมให้มีการใช้คำสุภาพไพเราะต่อผู้รวมงาน นักเรียนตลอดจนบุคคลทั่วไป ผู้บริหารและครูผู้สอนควรรับฟังความคิดเห็นของบุคคลอื่นและผู้ร่วมงาน เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร


Keywords


การบริหารสถานศึกษา, หลักสังคหวัตถุ ๔ คือ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และ สมานัตตตา, สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารสถาบันพิมลธรรม

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4328-3546-7 (ต่อ 116)
โทรสาร 0-4328-3399
โทรศัพท์ 088-578-1671
โทรศัพท์ 088-506-2335
e-mail : phimoldhamma@hotmail.com
http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/kkjn
http://www.journal-phimoldhamma.com