การศึกษาอัฐบริขารในพระพุทธศาสนาเถรวาท

พระปิยะ ธีรธมฺโม

Abstract


              การศึกษาอัฐบริขารในพระพุทธศาสนาเถรวาท มีวัตถุประสงค์การศึกษา ๓ ประการ ได้แก่ (๑) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของอัฐบริขารในพระพุทธศาสนา เถรวาท (๒) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันเกี่ยวกับอัฐบริขารของพระสงฆ์ในสังคมไทย (๓) เพื่อศึกษาการนำอัฐบริขารไปใช้ของพระสงฆ์ในสังคมไทย

ผลการศึกษาพบว่า

              ความเป็นมาของอัฐบริขารในพระพุทธศาสนาเถรวาท วิถีชีวิตการเป็นอยู่ของพระภิกษุสงฆ์พระภิกษุณีสงฆ์และสามเณรนั้นต้องอาศัยอัฐบริขาร คือ เครื่องนุ่งห่ม ประกอบด้วย สังฆาฏิ อุตตราสงค์ และอันตรวาสก เครื่องใช้ส่วนตัวได้แก่ มีดโกน เข็ม พร้อมทั้งเป็นกระบวนการขั้นตอนการบวช และเป็นเครื่องอัฐบริขารของพระภิกษุสงฆ์ที่จำเป็นต้องมีในการบวช จึงมีความสอดคล้องกับพระวินัยปิฎกและพระสูตรพร้อมทั้งมีเนื้อความปรากฏในบริขารบริโภค

              สภาพและปัญหาอัฐบริขารของพระสงฆ์ในปัจจุบันโดยสภาพอัฐบริขารของพระสงฆ์ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงและอาจจะส่งผลต่อการประพฤติพรหมจรรย์ได้ ในปัจจุบันก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากและบางอย่างก็ไม่ได้นำมาใช้ เช่นเครื่องกรองน้ำ เป็นต้น ส่วนจีวรก็ไม่ได้ตัดเองเหมือนเช่นเคย บาตรก็จะเป็นบาตรที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องตามพุทธบัญญัติ ส่วนผ้าก็มักจะมีจำนวนที่มากกว่า ๓ ผืน ซึ่งทำให้เกิดสภาพการเปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความเข้าใจในพระพุทธศาสนาได้ (๒) ปัญหาอัฐบริขารของพระสงฆ์ ปัญหา ๔ ประการ ได้แก่ ๑) สภาพแวดล้อมของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ๒) การครอบครองเครื่องอัฐบริขาร ๓) หลักพระวินัยที่กำหนดการใช้เครื่องอัฐบริขาร ๔) ปัญหาอื่น (๓) ลักษณะการใช้อัฐบริขารของพระสงฆ์ ๑) พุทธศาสนิกชนซื้อจากร้านมาถวายพระสงฆ์ ๒) พระสงฆ์จัดทำขึ้นเอง ๓) การใช้อัฐบริขารมีความฟุ่มเฟือยและไม่รักษาเครื่องอัฐบริขาร (๔) การปรับอาบัติเกี่ยวกับอัฐบริขาร ได้แก่ การปรับอาบัติประเภทผ้า การปรับอาบัติประเภทเหล็ก การปรับอาบัติประเภทน้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้และการครอบครองไว้เกินที่พระวินัยกำหนดหรือไม่ จึงปรับอาบัติไปตามนั้น

               การนำอัฐบริขารไปใช้ของพระสงฆ์ในสังคมไทย พบว่าการรักษาคุณค่าเครื่องอัฐบริขารให้ตรงตามพระวินัย แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงวัสดุไปบ้างก็ต้องรักษา พระวินัยไว้อย่างเคร่งครัด และการรักษาหรือกระทำเครื่องอัฐบริขารจำเป็นต้องอาศัยหลักธรรมอันเป็นพลังทำให้สมณด้วยความมั่นใจ ๔ ประการ คือ (๑) ปัญญาพละ (กำลังปัญญา) (๒) วิริยพละ (กำลังความเพียร) (๓) อนวัชชพละ (กำลังความบริสุทธิ์) และ (๔) สังคพละ (กำลังสงเคราะห์) (๒) หลักธรรมเกี่ยวกับอัฐบริขารของพระสงฆ์ คุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จ คือ อิทธิบาท ๔ ประโยชน์ที่ได้รับทั้งปัจจุบันและอนาคต คือ หลักทิฏฐิธัมมิกัตถะ ๔ หลักสันโดษ (๓) อานิสงส์ถวายเครื่องอัฐบริขารแก่ภิกษุสงฆ์ (๔) ประโยชน์ของอัฐบริขาร มีความสำคัญต่อพระภิกษุ ทั้งนี้เพื่อการสืบทอดพระวินัย เพื่อรักษาข้อวัตรปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์ และเพื่อส่งเสริมศรัทธาเลื่อมใสของพุทธบริษัททั่วไป และถือเป็นธุดงควัตรเพื่อช่วยส่งเสริมความดีงาม ขัดเกลาในด้านจิตใจมิให้โลภ เป็นผู้มีความมักน้อยถือสันโดษ ถือเคร่งต่อกิจวัตร จริยาวัตร และวิธีวัตร เพื่อฝึกฝนอบรมตนให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมในการลดละอกุศลมูล พร้อมทั้งเหมาะสมสำหรับกับพระภิกษุสงฆ์นักผู้ปฏิบัติ

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารสถาบันพิมลธรรม

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4328-3546-7 (ต่อ 116)
โทรสาร 0-4328-3399
โทรศัพท์ 088-578-1671
โทรศัพท์ 088-506-2335
e-mail : phimoldhamma@hotmail.com
http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/kkjn
http://www.journal-phimoldhamma.com