ศึกษาการเทศน์แหล่ในอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม

พระชารี สุทฺธิรํงสี

Abstract


      การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของการเทศน์แหล่ในอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ๒) เพื่อศึกษารูปแบบการเทศน์แหล่ในอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ๓) เพื่อศึกษาหลักธรรมที่ปรากฏในกลอนเทศน์แหล่ ที่มีผลต่อการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยเก็บข้อมูลจากเอกสารปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และการสัมภาษณ์เชิงลึก แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยวิธีการพรรณนาวิเคราะห์ตามหลักอุปนัยวิธี

ผลการวิจัยพบว่า

      ประวัติความเป็นมาของการเทศน์แหล่ของพระสงฆ์ในอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม เป็นการเทศน์โดยใช้เสียงยาวมีทำนองเป็นเครื่องกำหนดจังหวะ กำหนดลีลาในการเล่นเสียงสูงหรือเสียงต่ำด้วยสำเนียงเป็นภาษาอีสาน บทเทศน์ใช้กาพย์กลอนที่ประพันธ์เองหรือผู้อื่นประพันธ์ให้ เทศน์โดยพระสงฆ์อำเภอนาเชือกซึ่งมีคุณสมบัติคือเสียงดี ใช้ภาษาอีสานได้ดีเท่านั้นซึ่งมีหลักปฏิบัติหรือข้อห้าม ขะลำเป็นการเฉพาะว่า การเทศน์แหล่จะเอียงเข้าทำนองหมอลำไม่ได้ต้องเทศน์ให้ถูกทำนองเสมอ การเทศน์แหล่ดั้งเดิมมี ๓ ลักษณะคือ แหล่ในเนื้อมหาชาติ แหล่ขบขันนอกเรื่องมหาชาติ และแหล่ปฏิภาณเรื่องที่เข้ากับสถานการณ์ในยุกต์ปัจจุบันสั่งสอนธรรมตามขนมทำเนียมประเพณีวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ความคุ้นเคยต่อภาษาอีกสานดั้งเดิมอยู่แล้ว มีทำนองหลักอยู่ ๓ ทำนองคือ ทำนองกาเต้นก้อน ทำนองลมพัดพร้าว หรือลมพัดชายเขา และทำนองช้างเทียมแม่ที่นิยมเทศน์ในอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม

      รูปแบบการเทศน์แหล่ในอำเภอนาเชือก รูปแบบของการเทศน์ทั่วไป เทศน์เดี่ยว เทศน์ธรรมดา เทศน์ ๒-๓ ธรรมาสน์ ปาฐกถาธรรม กล่าวสัมโมทนียกถาเทศน์ในงานปฏิบัติธรรม เทศน์วันธัมมสวนะ เทศน์ปุจฉาแหล่แก้กลอน มีการวางเค้าโครงการเทศน์เป็น ๓ ส่วน คือส่วนอุเทศ ส่วนนิเทศ ส่วนปฏินิเทศเหมือนกัน ตั้งนะโม ให้ศีล บอกศักราช บอกอานิสงส์ แบ่งหน้าที่ด้วยบทบาทสมมุติ เริ่มเข้าสู่บทนิเทศ หรือเข้าสู่เนื้อหาไปจนจบ และเข้าสู่บท   ปฏินิเทศ ด้วยการสรุปจบด้วยบทร้อยแก้วบ้าง ด้วยบทกลอนเทศน์บ้าง

      รูปแบบการเทศน์ของ อำเภอนาเชือกมีอยู่ ๒ ประเภทคือ (๑) การเทศน์แบบลำ ผะเหวด คือการเทศน์ตามใบลานที่นักปราชญ์ประพันธ์ไว้เป็นร้อยแก้ว (๒) การเทศน์เสียงหรือการเทศน์แหล่ ซึ่งเป็นที่นิยมเป็นอย่างดีสามารถโน้มน้าวใจผู้ฟังให้เกิดอยากทำตาม ฟังง่ายเข้าใจง่ายและฟังได้ทุกระดับ

      ต่อมาได้มีการพัฒนาแหล่ขบขันนอกเรื่องมหาชาติมาสู่การเทศน์ตามนิทานชาดก เช่นนิทานพื้นบ้าน โดยนักปราชญ์ได้ประพันธ์กลอนแหล่อาศัยนิทานในธรรมบท นิทานชาดก และนำวิถีชีวิตจริงมาเป็นเค้าโครงในการประพันธ์กลอน จึงมีการเทศน์แหล่ ๑ ธรรมาสน์ ๒-๓ ธรรมาสน์ ปัจจุบันมีวิธีการเทศน์แหล่แบบประยุกต์ตามความนิยมของชุมชนนั้นๆ

      หลักธรรมที่ปรากฏในเรื่องพระเวสสันดรชาดกได้แก่ บารมี ๑๐ ประการ หลักของความเสียสละ หลักธรรมสำหรับสามี หลักธรรมสำหรับภรรยา หลักธรรมสำหรับบุตรธิดา หลักธรรมสำหรับนักปกครอง หลักธรรมที่ปรากฏในเรื่องคาดสิทุกข์บ่อห่อนมี ได้แก่ ฆราวาสธรรม ๔ สังคหวัตถุ ๔ ทิศ ๖ หลักธรรมที่ปรากฏในเรื่องนางหมาขาว ได้แก่ ความกตัญญู พรหมวิหาร ๔ บุพการี การบำรุงบิดามารดา หลักธรรมที่ปรากฏในเรื่องกอไผ่ยายนกเอี้ยง ได้แก่ กุศลกรรม อกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ กุศลมูล ๓ อกุศลมูล ๓ กลุ่มผู้ฟังทั่วไปยังนิยมการเทศน์แหล่อีสานเพราะเป็นหลักธรรมในการสั่งสอนด้านความประพฤติในการอยู่ร่วมกันในสังคมซึ่งจะได้นำเอาหลักธรรมจากการฟังเทศน์มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สังคมอยู่อย่างมีความสุขจึงนำหลักธรรมมาดำเนินชีวิตซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของคนในสังคม


Keywords


การเทศน์แหล่

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารสถาบันพิมลธรรม

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4328-3546-7 (ต่อ 116)
โทรสาร 0-4328-3399
โทรศัพท์ 088-578-1671
โทรศัพท์ 088-506-2335
e-mail : phimoldhamma@hotmail.com
http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/kkjn
http://www.journal-phimoldhamma.com