การบริหารระบบสารสนเทศตามหลักอิทธิบาท ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒

Phra Suchat Koowit

Abstract


     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการบริหารระบบสารสนเทศตามหลักอิทธิบาท ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ประการณ์ในการทำงานและขนาดสถานศึกษาและ ศึกษาแนวทางในการพัฒนาการบริหารระบบสารสนเทศตามหลักอิทธิบาท ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ปีการศึกษา ๒๕๕๖ จำนวน ๓๑๗ คน เครื่องมือในการวิจัยตามที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า มีค่าเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ ๐.๙๖สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่า ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบที (t-test แบบ Independent samples) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (F-test แบบ One-way ANOVA) การทดสอบแบบรายคู่ โดยวิธีการของ เชพเฟ่ (Scheffe Post hoc comparison) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา (Descriptive analysis)

ผลการวิจัยพบว่า

     ๑. การบริหารระบบสารสนเทศตามหลักอิทธิบาท ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒ โดยภาพรวมและรายด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ด้านที่ค่าเฉลี่ยมีการปฏิบัติสูงสูดคือการบริหารระบบสารสนเทศตามหลักจิตตะ รองลงมาคือด้านการบริหารระบบสารสนเทศตามหลักวิริยะ และด้านการบริหารระบบสารสนเทศตามหลักวิมังสาตามลำดับและมีค่าเฉลี่ยการปฏิบัติต่ำสุดคือด้านการบริหารระบบสารสนเทศตามหลักฉันทะ

     ๒. ผลการเปรียบเทียบ การบริหารระบบสารสนเทศตามหลักอิทธิบาท ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒ จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ โดยภาพรวมมีการปฏิบัติไม่แตกต่างกัน เมื่อจำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมและรายด้านมีการปฏิบัติไม่แตกต่างกัน และเมื่อจำแนกตามขนาดสถานศึกษา โดยภาพรวม มีการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ โดยที่บุคลากรในสถานขนาดเล็กมีการปฏิบัติมากกว่าขนาดใหญ่และขนาดกลาง ตามลำดับ

     ๓. แนวทางการพัฒนา การบริหารระบบสารสนเทศตามหลักอิทธิบาท ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒ ผู้บริหารและครูผู้สอนควรมีความพึงพอใจในการปรับปรุงระบบสารสนเทศในการใช้งบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์การเรียน   การสอนอยู่เสมอและ ครูผู้สอนควรเอาใจใส่กับผู้เรียนโดยใช้ระบบสารสนเทศอยู่เสมอ ผู้บริหารและครูผู้สอนควรหมั่นส่งเสริมให้ผู้เรียนใฝ่เรียนรู้ระบบสารสนเทศและ ควรขยันหาความรู้ใหม่ๆ มาพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อผู้เรียนอยู่เสมอ ผู้บริหารและครูผู้สอนควรเอาใจใส่ในระบบสารสนเทศพื้นฐานของผู้เรียนและครูผู้สอนควรมีความรับผิดชอบต่อการเรียนการสอนในระบบสารสนเทศ และพัฒนาระบบสารสนเทศหาสื่อใหม่ๆ มาสอนอยู่เสมอ  ผู้บริหารและครูผู้สอนตรวจควรสอบผลงานด้านวิชาการระบบสารสนเทศขั้นพื้นฐานตลอด และครูผู้สอนวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ นำข้อดีและข้อเสียของระบบสารสนเทศมาปรับปรุงและแก้ไขอยู่เสมอ


Keywords


การบริหารระบบสารสนเทศ, หลักอิทธิบาท ๔

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารสถาบันพิมลธรรม

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4328-3546-7 (ต่อ 116)
โทรสาร 0-4328-3399
โทรศัพท์ 088-578-1671
โทรศัพท์ 088-506-2335
e-mail : phimoldhamma@hotmail.com
http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/kkjn
http://www.journal-phimoldhamma.com