บทบาทของพระสอนศีลธรรมในการส่งเสริมการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๑

พระมหาโกวิทย์ ฐานเมธี (พาดี), Assoc.Prof.Dr.Ekkachat Jarumetheechon, Dr.Nakkapol kernchai, Dr.Prayoon Sangsai

Abstract


      การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ศึกษาบทบาทของพระสอนศีลธรรมในการส่งเสริมการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๑ ๒) เปรียบเทียบบทบาทของพระสอนศีลธรรมในการส่งเสริมการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๑ จำแนกตามตำแหน่ง และประสบการณ์ในการทำงาน และ ๓) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและพัฒนาบทบาทพระสอนศีลธรรมในการส่งเสริมการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๑ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน ๑๘๒ คน และครูผู้สอน จำนวน ๓๑๙ คน รวมทั้งสิ้น จำนวน ๕๐๑ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามวิธีของลิเคอร์ท (Likert) ซึ่งมี ๕ ระดับ จำนวน ๔๐ ข้อ มีค่าอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต่ ๐.๔๕ ถึง ๐.๘๔ ค่าความเชื่อมั่น โดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach) ได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ ๐.๙๘ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบสมมุติฐานด้วยการทดสอบค่าที (t–testแบบ Independent Samples) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (F-test แบบ One-way ANOVA) และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’)

ผลการวิจัย พบว่า

      ๑. บทบาทของพระสอนศีลธรรมในการส่งเสริมการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๑ โดยภาพรวม มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีการปฏิบัติสูงสุด คือ ด้านการอบรมศีลธรรม รองลงมาคือ ด้านการสอนธรรมศึกษาและด้านการสอนวิชาพระพุทธศาสนาตามลำดับ ส่วนด้านที่มีการปฏิบัติต่ำสุด คือ ด้านเป็นผู้ประสานงานโรงเรียนวิถีพุทธ

      ๒. ผลการเปรียบเทียบบทบาทของพระสอนศีลธรรมในการส่งเสริมการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๑ จำแนกตามตำแหน่ง โดยภาพรวมมีการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ   .๐๑ โดยที่ผู้บริหารสถานศึกษามีการปฏิบัติสูงกว่าพระสอนศีลธรรมและครูผู้สอน

      ๓. ผลการเปรียบเทียบบทบาทของพระสอนศีลธรรมในการส่งเสริมการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๑ จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมมีการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑ โดยที่บุคลากรที่มีประสบการณ์ในการทำงาน ๑๑ ปีขึ้นไปปฏิบัติสูงกว่าระยะ ๕ ปีลงมาและระยะ ๖-๑๐ ปีตามลำดับ

      ๔. แนวทางในการพัฒนาบทบาทของพระสอนศีลธรรมในการส่งเสริมการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๑ มีดังนี้ พระสอนศีลธรรมควรศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ และหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาและควรเสนอผู้บริหารสถานศึกษาเกี่ยวกับโรงเรียนวิถีพุทธเข้าที่ประชุม เพื่อเป็นแนวทางที่ชัดเจนในการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน สถานศึกษาควรจัดกิจกรรมทุกสัปดาห์ ในการจัดการอบรมศีลธรรมเพื่อให้นักเรียนตระหนักและเห็นความสำคัญ และควรจัดให้นักเรียนได้เรียนรู้ธรรมศึกษา และจัดการแนะแนวให้เห็นความสำคัญและประโยชน์การนำไปใช้ เพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้


Keywords


บทบาท, พระสอนศีลธรรม, สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารสถาบันพิมลธรรม

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4328-3546-7 (ต่อ 116)
โทรสาร 0-4328-3399
โทรศัพท์ 088-578-1671
โทรศัพท์ 088-506-2335
e-mail : phimoldhamma@hotmail.com
http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/kkjn
http://www.journal-phimoldhamma.com