การศึกษาวิเคราะห์หน้าที่ในทิศ ๖ ตามหลักพุทธปรัชญาเถรวาท

พระนรินทร์ สีลเตโช (สาไชยันต์)

Abstract


งานวิจัยเรื่อง การศึกษาวิเคราะห์หน้าที่ในทิศ ๖ ตามหลักพุทธปรัชญาเถรวาทนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษามโนทัศน์เรื่องหน้าที่ทางปรัชญา และ เพื่อศึกษาวิเคราะห์หน้าที่ในทิศ ๖ ตามหลักพุทธปรัชญา การศึกษาวิจัยนี้เป็นการศึกษาเอกสาร ด้วยการศึกษาข้อมูลจากพระไตรปิฎก เอกสารวิชาการทางพระพุทธศาสนา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอผลการวิจัยด้วยวิธีวิเคราะห์เป็นแนวพรรณนา

ผลการศึกษาพบว่า มโนทัศน์เรื่องหน้าที่ในทางปรัชญา อาริสโตเติลได้กล่าวถึงหน้าที่ว่า หน้าที่ของมนุษย์นั้นเกิดขึ้นเพราะการอยู่ร่วมกันเป็นสังคม การอยู่ร่วมกันเป็นสังคมจึงจำเป็นต้องมีหน้าที่ ตามที่สังคมกำหนดให้ ค้านท์นักปรัชญาชาวเยอรมัน ได้กล่าวถึงหน้าที่ว่าหน้าที่ คือการกระทำที่เกิดจากเจตนาดี ด้วยการสำนึกในหน้าที่และเป็นการกระทำประกอบด้วยเหตุผลอันเป็นกระทำที่เป็นสากล ที่ทุกคนในสังคมยอมรับและเห็นด้วยส่วนรอส์ส ได้กล่าวถึงมโนทัศน์เรื่องหน้าที่ของเขาว่า คือการกระทำหน้าที่ที่ต้องมาก่อน หรือหน้าที่ที่เป็นเงื่อนไข ซึ่งผูกพันกับข้อเท็จจริง ที่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำโดยเฉพาะ ซึ่งกำหนดเรียกว่าแบบแผน อันประกอบด้วยหลักการปฏิบัติ ๗ ประการส่วนในทางพุทธปรัชญาบอกว่ามโนทัศน์เรื่องหน้าที่นั้น ให้ดูที่หลักการประพฤติปฏิบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพุทธจริยา อันประกอบด้วย โลกัตถจริยา ญาตัตถจริยา และพุทธัตถจริยา อันเป็นแบบอย่างที่ดีงามที่พุทธศาสนิกชนยึดถือมาเป็นแบบอย่าง และคำสอนที่ถือว่าเป็นมโนทัศน์หรือแนวคิดเรื่องหน้าที่ในทางพุทธปรัชญามีอยู่ในคำสอนเรื่องทิศ ๖ นั้นเอง เพราะหน้าที่ คือ กิจที่บุคคลควรกระทำหรือต้องทำ ตามที่ตนมีความผูกพันหรือมีพันธะต่อสังคม และเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้กระทำหน้าที่นั้นๆปรากฏสถานะทางสังคม ทำให้บุคคลในสังคมยอมรับบทบาทที่ตนเป็นอยู่ส่วนแนวคิดเรื่องหน้าที่นั้นจากการศึกษาแนวคิดเรื่องหน้าที่ในทางปรัชญาจึงได้รู้ว่าแนวคิดเรื่องหน้าที่นั้น เป็นแนวคิดพื้นฐานของจริยศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์หนึ่งในวิชาปรัชญา เป็นศาสตร์ที่ศึกการเกี่ยวกับหลักการประพฤติปฏิบัติของมนุษย์ว่าสิ่งไหนควรปฏิบัติหรือไม่ควรปฏิบัติ จริยศาสตร์บอกว่าหน้าที่ของมนุษย์เกิดขึ้นมาพร้อมกับการเกิดขึ้นของสังคม เป็นแนวคิดพื้นฐานของจริยศาสตร์ เป็นหน้าที่ที่เกี่ยวกับสังคม เป็นจริยพันธะของปัจเจกชนบุคคลที่มีต่อสังคมหน้าที่ในทิศ ๖ ตามทัศนะทางปรัชญาหน้าที่ในทิศ เป็นหลักคำสอนในทางพระพุทธปรัชญา ที่เป็นหลักปฏิบัติต่อกันของคนในสังคม โดยในคำสอนเรื่องทิศ ๖ ได้กำหนดบุคลต่างๆไว้เป็นทิศต่างๆ ๖ ทิศ ดังนี้ ทิศเบื้องหน้า มารดา-บิดา ทิศเบื้องหลัง บุตร-ภรรยา ทิศเบื้องขวา อาจารย์ ทิศเบื้องซ้าย มิตร ทิศเบื้องล่าง ลูกจ้าง ทิศ เบื้องบน พระสงฆ์ เมื่อกำหนดบุคคลต่างไว้ในทิศนั้นๆแล้วก็ชี้บอกถึงหลักการและวิธีการที่จะปฏิบัติต่อทิศนั้นๆอย่างไร เช่น มารดา-บิดาผู้เป็นทิศเบื้องหน้ามีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติกับบุตรผู้เป็นทิศเบื้องหลังของตนอย่างไรบ้าง เป็นต้น

จากการศึกษาวิเคราะห์การกระทำหน้าที่ต่อกันในทิศ ๖ พบว่า เป็นการกระทำหน้าที่ต่อกันระหว่างทิศ ดังนี้ ทิศเบื้องหน้ามารดา-บิดา กระทำหน้าที่ต่อบุตรผู้เป็นทิศเบื้องหลังในฐานะของผู้สร้าง ส่วนบุตรกระทำหน้าที่ต่อมารดา-บิดาในฐานะผู้เติมเต็มความเป็นมารดา-บิดา ภรรยากระทำหน้าที่ต่อสามีในฐานะผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของครองครัว เพราะสามีเป็นผู้กระทำหน้าที่เพื่อนำความสำเร็จมาสู่ครอบครัว ครู-อาจารย์ต่อศิษย์ในฐานะผู้สร้างปัญญา เพราะว่าศิษย์นั้นเป็นผู้ต้องการปัญญา มิตรทั้งหลายย่อมกระทำหน้าที่ต่อกันในฐานะของผู้มีความจริงใจต่อกัน นายจ้างกระทำหน้าที่ต่อลูกจ้างผู้เป็นทิศเบื้องล้างในฐานะของผู้ให้งาน ส่วนลูกจ้างผู้ต้องการงานกระทำหน้าที่ต่อนายจ้างในฐานะผู้มีความขยันและจริงใจต่อนายจ้าง พระสงฆ์กระทำหน้าที่ต่อคฤหัสถ์ในฐานะผู้เรียกให้มาสู่ทาง ทางในที่นี้คือทางที่ดีที่เป็นประโยชน์ของชีวิตนั้นเอง คฤหัสถ์ผู้หวังประโยชน์ให้กับชีวิตตนจึงกระทำหน้าที่ต่อพระสงฆ์ในฐานะของผู้ที่ได้ยินเสียงเรียก

ส่วนความขัดแย้งกันทางหน้าที่นั้น ค้านท์นักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ชาวเยอรมันบอกว่า เมื่อมีหน้าที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันต้องพิจารณาว่า หน้าที่ไหนมีคุณค่าทางศีลธรรมมากกว่าก็ให้ทำหน้าที่นั้นก่อน ส่วนแบรดเลย์ บอกว่าการขัดแย้งกันของหน้าที่ไม่มีสำหรับผู้รู้แจ้งในเรื่องศีลธรรม เพราะผู้ที่รู้แจ้งในเรื่องศีลธรรมแล้ว เหตุการณ์เฉพาะหน้าจะบอกเขาเองว่าควรจะทำอะไรก่อน ฉะนั้นการกระทำหน้าที่ของมนุษย์ในทางจริยศาสตร์ จึงขึ้นอยู่กับการกระทำที่มีค่าทางศีลธรรมมากหรือน้อยนั่นเอง ไม่ว่าจะมีหน้าที่เกิดขึ้นมาพร้อมกันหลายๆหน้าที่ก็ตามก็ให้ใช้กฎศีลธรรมเป็นเครื่องตัดสินใจในการกระทำก่อนหรือหลัง


Full Text:

PDF

References


จำเริญรัตน์ เจือจันทร์. จริยศาสตร์ : ทฤษฎีจริยธรรมสำหรับนักบริหารการศึกษา,กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮ้า, ๒๕๔๘.

เฉลิมเกียรติ ผิวนวน. ปรัชญาสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : บริษัท สยามสมัย จำกัด, ๒๕๓๐.

เดือน คำดี. พุทธปรัชญา. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส.พริ้นติ้นเฮ้าส์, ๒๕๓๔.

นพนิธิ สุริยะ. สิทธิมนุษยชน. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ๒๕๒๐.

บุญมี แท่นแก้ว. จริยศาสตร์,พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพมหานคร : พิมพ์ครั้งที่ ๒ บริษัท เคล็ดไทย จำกัด ๒๕๔๑.

ประยงค์ สุวรรณบุบผา.สังคมปรัชญาแนวคิดตะวันออก-ตะวันตก, พิมพ์ครั้งที่ ๑.กรุงเทพมหานคร : พิมพ์ที่ โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮ้าส์, ๒๕๓๗.


Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารสถาบันพิมลธรรม

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4328-3546-7 (ต่อ 116)
โทรสาร 0-4328-3399
โทรศัพท์ 088-578-1671
โทรศัพท์ 088-506-2335
e-mail : phimoldhamma@hotmail.com
http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/kkjn
http://www.journal-phimoldhamma.com